cendru logo back to mainpage เนื้อหาเว็บในหน้านี้ได้มีการปรับปรุงและย้ายไปที่ http://cendru.eng.cmu.ac.th/cmflood ข้อมูลในหน้านี้ถูกเก็บไว้เป็นกรุข้อมูลเท่านั้น
หน่วยวิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หน้าแรก ข่าว แผนที่เวปไซด์ ติดต่อ เข้าสู่ระบบ
  เกี่ยวกับโครงการฯ
    ความเป็นมาของโครงการฯ
    โครงสร้างของระบบการพยากรณ์
    รายละเอียดโครงการ
  สภาพแวดล้อมทั่วไป
    ลักษณะทั่วไปของพื้นที่ลุ่มน้ำ
    สถานีระบบโทรมาตร
    สถิติภูมิอากาศ
    ลักษณะทั่วไปพื้นที่เมืองเชียงใหม่
    สถานการณ์น้ำท่วมในอดีต
  การเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม
    คู่มือรับสถานการณ์น้ำท่วม
    การป้องกันน้ำไหลเข้าบ้าน
    การวางพนังกั้นน้ำ,กระสอบทราย
    คู่มือการใช้กระสอบทราย
    ตำแหน่งที่วางกองทราย
    ตำแหน่งที่จอดรถ
    ตำแหน่งเครื่องสูบน้ำ
  การเตือนภัยน้ำท่วม
  ในเขตพื้นที่เมืองเชียงใหม่
    อินเตอร์เนต
    หอเตือนภัย
    บอร์ดไฟวิ่ง
    เครื่องมือวัดน้ำฝนและไซเรน
    รถกระจายข่าว
    วิทยุ
    หลักระดับน้ำท่วม
   สัญลักษณ์ของการเตือนภัย
   และแหล่งช่วยเหลือ
  แผนงานการป้องกันน้ำท่วม
  ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    แผนงานป้องกันของหน่วยงาน
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
จังหวัดเชียงใหม่ (ปภ.)
    งานขุดขยายแม่น้ำปิงและต่อสะพาน
บริเวณสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5
    งานแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
กรณีถนนขวางทางน้ำ
  การแก้ไขปัญหาการบุกรุกน้ำปิง
    จุดวิกฤติ
    การรื้อถอนที่ดำเนินการไปแล้ว
    การขุดลอกแม่น้ำปิง
  การบริหารจัดการน้ำท่วม
    มาตรการบริหารจัดการน้ำท่วม
    ข้อดีและข้อเสียของการใช้
มาตรการบริหารจัดการน้ำท่วม
  ข้อมูลทางกายภาพแม่น้ำปิง
    แปลนรูปตัดแม่น้ำปิง
    บริเวณตัวเมืองเชียงใหม่
    เส้นชั้นความสูงแม่น้ำปิง


Download
หนังสือคู่มือรับสถานการณ์น้ำท่วม
    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    จังหวัดเชียงใหม่
    ป้องกันภัย (ปภ.) จ.เชียงใหม
    อุทกวิทยาฯภาคเหนือตอนบน
    อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ
    ศูนย์ปฏิบัติการน้ำท่วมเชียงใหม่

ลักษณะทั่วไปของพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบน

        ขอบเขตพื้นที่ครอบคลุมลุ่มน้ำปิงตอนบนตั้งแต่เขตอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ถึงบริเวณฝายหนองสลีก  ซึ่งตั้งอยู่ในแม่น้ำปิงตอนใต้  อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน  อยู่ด้านท้ายน้ำบรรจบระหว่างแม่น้ำปิงและน้ำแม่กวง โดยมีพื้นที่โครงการส่วนใหญ่อยู่ในเขต 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน

    ที่ตั้งและสภาพภูมิประเทศ

        ลุ่มน้ำปิงตอนบนตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศไทย โดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขต 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน ลักษณะลุ่มน้ำวางตัวตามแนวเหนือ-ใต้
        มีทิศเหนือและทิศตะวันตกติดกับลุ่มน้ำสาละวินและลุ่มน้ำกก ทิศใต้ติดกับลุ่มน้ำปิงตอนล่าง ทิศตะวันออกติดกับลุ่มน้ำวัง ลุ่มน้ำสาขาที่สำคัญ คือ

        แม่น้ำปิง  ลุ่มน้ำปิงนับว่ามีพื้นที่รับน้ำฝนขนาดใหญ่และมีความยาวค่อนข้างมาก นับเป็นลุ่มน้ำหลักของประเทศลุ่มน้ำหนึ่งต้นของแม่น้ำปิงอยู่บริเวณดอยถ้วย ซึ่งอยู่ตะวันตกของช่องเมืองนะในอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่ไหลผ่านอำเภอต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ และลำพูน เป็นเส้นแบ่งเขตแดนจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน

        น้ำแม่แตง  เป็นสาขาหนึ่งของลำน้ำแม่ปิง พื้นที่รับน้ำฝนมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 80 กิโลเมตร ตามแนวเหนือ-ใต้ และกว้าง 40 กิโลเมตร ตามแนวตะวันออก-ตก ด้านเหนือสุดจดชายแดนพม่า ลำน้ำแม่แตงไหลมาสมทบกับลำน้ำปิงที่สบแตง ซึ่งห่างจากที่ตั้งที่ว่าการอำเภอแม่แตงประมาณ 2 กิโลเมตร และห่างจากฝายแม่แตงประมาณ 5 กิโลเมตร ต้นน้ำแม่แตงเกิดจากขุนเขาในเทือกเขาดอย      อินทนนท์ ซึ่งไหลลัดเลาะไปตามหุบเขายาวประมาณ 120 กิโลเมตร

        น้ำแม่ริม  เป็นสาขาหนึ่งของลำน้ำปิงไหลผ่านอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ความยาว 49 กิโลกรัม และพื้นที่รับน้ำฝน 573 ตารางกิโลเมตร

        น้ำแม่งัด  ต้นน้ำอยู่ในเขตอำเภอพร้าว ไหลลงเขื่อนแม่งัดไปรวมกับน้ำปิงที่อำเภอแม่แตงมีความยาว 70 กิโลเมตรและพื้นที่รับน้ำฝน 1,250 ตารางกิโลเมตร

        น้ำแม่ออน  ต้นน้ำเกิดจากเขาสูงในเขตพื้นที่ตำบลออนเหนือ ไหลผ่านพื้นที่ตำบลออนเหนือ ตำบลออนกลาง เข้าสู่เขตพื้นที่อำเภอสันกำแพงและไหลลงสู่ลำน้ำแม่กวง ยาวประมาณ 27 กิโลเมตร

        แม่น้ำกวง   เป็นลำน้ำสาขาใหญ่สาขาหนึ่งของลำน้ำปิง มีต้นน้ำอยู่ที่บริเวณเทือกเขาในท้องที่อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอสันทราย อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ไหลลงสู่แม่น้ำปิงที่บ้านสบทาอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน มีความยาวจากต้นน้ำถึงลำน้ำแม่ปิง 115 กิโลเมตร น้ำแม่ทา  มีต้นน้ำอยู่ที่ดอยขุนทา ในเทือกเขาฝีปันน้ำตะวันตก กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ไหลผ่านที่ราบซึ่งขนาบไปด้วยภูเขา ไปสู่อำเภอแม่ทางทางทิศใต้แล้วไหลวกขึ้นไปทางเหนือผ่านที่ราบเชียงใหม่-ลำพูน ผ่านอำเภอป่าซาง แล้วบรรจบกับแม่น้ำกวงที่บ้านสบทา เขตต่อระหว่างอำเภอเมืองลำพูนกับอำเภอป่าซาง นอกจากนี้น้ำแม่ทายังไดหล่อเลี้ยงพื้นที่ทำการเกษตรของชุมชนหลายตำบล ในกิ่งอำเภอแม่ออน อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่และอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน น้ำแม่ทามีความยาวประมาณ 90 กิโลเมตร

    สภาพภูมิอากาศ

        ข้อมูลสภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ปิงในคาบ 30 ปี (พ.ศ. 2504-2533) ที่สถานที่ตรวจอากาศเชียงใหม่ สามารถสรุปได้ดังนี้

        -  อุณหภูมิ  ลุ่มน้ำแม่ปิงตอนบนที่สถานีเชียงใหม่ มีอุณหภูมิเฉลี่ยวัดได้ 25.4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยวัดได้  41.4 องศาเชลเซียสในเดือนพฤษภาคม และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยวัดได้ 3.7 องศาเซลเซียสในเดือนมกราคม
        - ความชื้นสัมพัทธ์  ค่าความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยรายเดือนที่สถานีเชียงใหม่ มีค่าเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 47-85 เปอร์เซ็นต์ ค่าความชื้นสัมพัทธ์รายปีเฉลี่ยที่สถานีเชียงใหม่ 72 เปอร์เซ็นต์
        - ปริมาณน้ำระเหย  ปริมาณน้ำระเหยรายเดือนที่เชียงใหม่ มีความสัมพัทธ์กับค่าความชื้นสัมพัทธ์และอุณหภูมิ ในเดือนที่ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำและอุณหภูมิสูงจะมีปริมาณน้ำระเหยสูง ปริมาณน้ำระเหยรายเดือนเฉลี่ยที่สถานีเชียงใหม่มีค่าตั้งแต่ 93.6 มม. ในเดือนธันวาคม ถึง 194.4 มม. ในเดือนเมษายน
        - ลม  โดยทั่วไปลมจะมีกำลังแรงในช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และกำลังอ่อนลงในฤดูหนาว ความเร็วลมรายเดือนเฉลี่ยที่เชียงใหม่มีค่าตั้งแต่ 1.4 ถึง 3.3 น็อต ความแรงและทิศทางลมจะแปรเปลี่ยนไปตามทิศทางของร่องมรสุมหรือร่องความกดอากาศต่ำ ซึ่งโดยปกติจะเคลื่อนจากทางทิศใต้ขึ้นมาทางทิศเหนือ นอกจากร่องมารสุมนี้แล้วตัวการอีกอย่างหนึ่งคืออิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่น พายุโซนร้อน ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมา ปรากฏว่าพายุจรที่เข้ามามีอิทธิพลต่อลมฟ้าอากาศในประเทศไทยในแต่ละปีจะมีประมาณ 3-4 ครั้งด้วยกัน รายละเอียดทิศทางของลมมรสุม และพายุโซนร้อนที่พัดผ่านประเทศไทยในช่วงเวลาต่างๆ
        - ปริมาณฝน   เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดฝนตกในประเทศไทยคือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ โดยลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะเริ่มพัดปกคลุมประเทศไทยในราวเดือนพฤษภาคม และไปสิ้นสุดในราวเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน มีระยะเวลาประมาณ 5 เดือน จากนั้นลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือก็จะเข้ามาแทนที่ทำให้ปริมาณฝนลดลง ซึ่งเวลานี้จึงเป็นช่วงฤดูแล้ง สำหรับปริมาณฝนในลุ่มน้ำแม่น้ำปิงนั้นจากข้อมูลปริมาณฝนรายเดือนเฉลี่ยของสถานีต่างๆ ในลุ่มน้ำแม่น้ำปิงมีค่าแตกต่างกันไม่มากนัก เดือนที่มีปริมาณฝนตกมากที่สุดได้แก่ เดือนกันยายน มีค่าประมาณ 212.6 มม.  เดือนที่มีปริมาณฝนน้อยที่สุดได้แก่ เดือนกุมภาพันธ์ มีค่าเฉลี่ยประมาณ 6.9 มม. ปริมาณฝนที่ตกในช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม – ตุลาคม) มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 88 ในขณะที่ปริมาณฝนในช่วงฤดูแล้ง (พฤศจิกายน – เมษายน) มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 12

    สภาพธรณีวิทยาและทรัพยากรแร่

        กรมทรัพยากรธรณีขยายการสำรวจทำแผนที่ธรณีวิทยารากฐาน (Systematic Basic Geological Mapping) เข้าสู่ภาคเหนือของประเทศในปี พ.ศ.2507 เพราะสภาพทางธรณีวิทยาทางภาคเหนือของประเทศไทย น่าจะสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรณีนานาชนิดและงานสำรวจทำแผนที่ธรณีวิทยาได้เริ่มขึ้นในเขตจังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปางในปี พ.ศ.2508  โดยมีความมุ่งหมายของการสำรวจคือจัดแบ่งและเรียงลำดับชั้นหินแบ่งออกเป็นยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณีก็ได้จัดตีพิมพ์เผยแพร่แผนที่ธรณีวิทยามาตราส่วน 1:250,000 ปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือซึ่งรวมทั้งพื้นที่แม่น้ำปิง วัง ยมและน่าน ซึ่งได้ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการศึกษาและพัฒนาโครงการด้านแหล่งน้ำทางด้านธรณีวิทยาและจัดลำดับชั้นหิน

    การใช้ประโยชน์ที่ดิน

        การใช้ประโยชน์ที่ดิน พื้นที่ลุ่มน้ำในภาคเหนือของประเทศไทย ประกอบด้วยพื้นที่ภูเขาหรือเทือกเขาซับซ้อนเป็นส่วนมาก ขนาดพื้นที่ที่เป็นภูเขาหรือเทือกเขาจะมีขนาดใหญ่มากทางตอนบนของภาคเหนือและขนาดจะเล็กลงทางตอนใต้ ซึ่งจะมีการผันแปรเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับลุ่มน้ำของพื้นที่  การใช้ประโยชน์ที่ดินของลุ่มน้ำแบ่งได้ดังนี้

        1.  นาข้าว  เป็นพื้นที่ที่ปัจจุบันเป็นนาข้าว อาจจะมีการทำนาเป็นประจำ ปีละหนึ่งครั้งในฤดูฝน ทำนาปีละ 2 ครั้ง หรือปัจจุบันไม่ได้มีการทำนา แต่ยังคงสภาพเป็นนาข้าวอยู่ พื้นที่นี้จะอยู่ในหุบเขาที่เป็นที่ราบ มีลำน้ำไหลผ่าน แปลงนาข้าวมีขนาดเล็ก ส่วนมากเป็นการทำนาดำทั้งในฤดูฝนหรือในฤดูแล้งโดยอาศัยน้ำชลประทานขนาดเล็ก เช่นการทำฝายกั้นลำธารแล้วผันน้ำเสริมการปลูกขาวในฤดูฝน
        2.  พืชไร่   เป็นพื้นที่ดอนที่ในปัจจุบันมีการปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด ข้างฟาง มันสำปะหลัง อ้อย สับปะรด ฝ้าย เป็นต้น การใช้พื้นที่ดังกล่าวนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการปลูกพืชแต่ละชนิด เช่นข้าวโพดอาจจะใช้ระยะเวลาเพียง 3-4 เดือน 
        3.  ไม้ผลไม้ยืนต้น   เป็นการใช้ที่ดินสำหรับการปลูกสวนผลไม้ หรือไม้ยืนต้น พืชที่ปลูกเช่น ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง ขนุน เป็นต้น โดยปลูกเป็นแหล่งใหญ่ หรือเป็นสวนผสม หรือผสมปนอยู่ในบริเวณหมู่บ้าน ซึ่งจะพบมากตามริมลำธาร
        4.  ป่าไม้    เป็นพื้นที่ที่มีป่าไม้ธรรมชาติปกคลุม มักพบบทที่ลาดเขา ภูเขา หรือเทือกเขา ซับซ้อน  ป่าไม้ที่พบมีทั้งป่าไม้ผลัดใบ เช่นป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง และป่าสน ส่วนป่าไม้ผลัดใบได้แก่ ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง

        เนื่องจากมีเขื่อนภูมิพลสร้างปิดกั้นลำน้ำปิงที่จังหวัดตาก ซึ่งอยู่ตอนกลางของลุ่มน้ำ สำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทช.) ได้แบ่งการบริหารจัดการลุ่มน้ำปิงแบ่งเป็นปิงตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือเขื่อนภูมิและอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน และปิงตอนล่างอยู่ใต้เขื่อนภูมิพลในเขตจังหวัดตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์ โดยลุ่มน้ำปิงตอนบนออกเป็นลุ่มน้ำสาขาได้ 15 ลุ่มน้ำ ขอบเขตลุ่มน้ำ























  หน่วยวิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทรศัพท์ 053-942010