cendru logo back to mainpage เนื้อหาเว็บในหน้านี้ได้มีการปรับปรุงและย้ายไปที่ http://cendru.eng.cmu.ac.th/cmflood ข้อมูลในหน้านี้ถูกเก็บไว้เป็นกรุข้อมูลเท่านั้น
หน่วยวิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หน้าแรก ข่าว แผนที่เวปไซด์ ติดต่อ เข้าสู่ระบบ
  เกี่ยวกับโครงการฯ
    ความเป็นมาของโครงการฯ
    โครงสร้างของระบบการพยากรณ์
    รายละเอียดโครงการ
  สภาพแวดล้อมทั่วไป
    ลักษณะทั่วไปของพื้นที่ลุ่มน้ำ
    สถานีระบบโทรมาตร
    สถิติภูมิอากาศ
    ลักษณะทั่วไปพื้นที่เมืองเชียงใหม่
    สถานการณ์น้ำท่วมในอดีต
  การเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม
    คู่มือรับสถานการณ์น้ำท่วม
    การป้องกันน้ำไหลเข้าบ้าน
    การวางพนังกั้นน้ำ,กระสอบทราย
    คู่มือการใช้กระสอบทราย
    ตำแหน่งที่วางกองทราย
    ตำแหน่งที่จอดรถ
    ตำแหน่งเครื่องสูบน้ำ
  การเตือนภัยน้ำท่วม
  ในเขตพื้นที่เมืองเชียงใหม่
    อินเตอร์เนต
    หอเตือนภัย
    บอร์ดไฟวิ่ง
    เครื่องมือวัดน้ำฝนและไซเรน
    รถกระจายข่าว
    วิทยุ
    หลักระดับน้ำท่วม
   สัญลักษณ์ของการเตือนภัย
   และแหล่งช่วยเหลือ
  แผนงานการป้องกันน้ำท่วม
  ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    แผนงานป้องกันของหน่วยงาน
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
จังหวัดเชียงใหม่ (ปภ.)
    งานขุดขยายแม่น้ำปิงและต่อสะพาน
บริเวณสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5
    งานแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
กรณีถนนขวางทางน้ำ
  การแก้ไขปัญหาการบุกรุกน้ำปิง
    จุดวิกฤติ
    การรื้อถอนที่ดำเนินการไปแล้ว
    การขุดลอกแม่น้ำปิง
  การบริหารจัดการน้ำท่วม
    มาตรการบริหารจัดการน้ำท่วม
    ข้อดีและข้อเสียของการใช้
มาตรการบริหารจัดการน้ำท่วม
  ข้อมูลทางกายภาพแม่น้ำปิง
    แปลนรูปตัดแม่น้ำปิง
    บริเวณตัวเมืองเชียงใหม่
    เส้นชั้นความสูงแม่น้ำปิง


Download
หนังสือคู่มือรับสถานการณ์น้ำท่วม
    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    จังหวัดเชียงใหม่
    ป้องกันภัย (ปภ.) จ.เชียงใหม
    อุทกวิทยาฯภาคเหนือตอนบน
    อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ
    ศูนย์ปฏิบัติการน้ำท่วมเชียงใหม่

สภาพน้ำท่วมที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่เขตเมืองเชียงใหม่

สถานการณ์น้ำท่วม
ปี พ.ศ. : 2537 : 2538 : 2544 : 2548 : 2549


        ภาวะน้ำท่วมในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ เกิดในช่วงของการเกิดพายุหมุนเขตร้อน ระหว่างเดือน กรกฎาคมถึงตุลาคมทำให้มีฝนตกหนักในบริเวณพื้นที่ต้นน้ำแม่น้ำปิงจึงทำให้เกิดปริมาณน้ำหลากล้นเกินกว่าความจุของร่องแม่น้ำปิงจะรับไว้ได้ จึงไหลล้นตลิ่งขึ้นท่วมบริเวณที่ลุ่มต่ำของตัวเมืองที่มีทั้งย่านที่พักอาศัยและย่านธุรกิจการค้า ภาวะน้ำท่วมได้ทำความเสียหายอย่างมาก

        สภาพน้ำท่วมที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แบ่งสภาพน้ำท่วมออกเป็น 2 กรณี คือ
- น้ำท่วมจากการไหลหลากของน้ำมาจากเทือกเขาดอยสุเทพและพื้นที่ด้านตะวันตกของตัวเมืองเชียงใหม่
- และน้ำท่วมจากภาวะน้ำท่วมใหญ่เนื่องจากการเอ่อล้นตลิ่งแม่น้ำปิง

        1. น้ำท่วมเนื่องจากการหลากของน้ำจากเทือกเขาดอยสุเทพและพื้นที่ด้านตะวันตกของตัวเมืองเชียงใหม่

        การเกิดน้ำท่วมฉับพลันในตัวเมืองมักเกิดจากเกิดน้ำไหลหลากลงมาจากพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเมืองเนื่องจากมีปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่รับน้ำฟากดอยสุเทพ ทำให้น้ำจำนวนมากไหลหลากเข้าตัวเมืองและเกินความสามารถการระบายของระบบระบายน้ำที่มี ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดเป็นประจำทุกปีในฤดูฝน และมีคลองชลประทานแม่แตงที่มีเส้นทางการส่งน้ำและเป็นคลองดาดวิ่งขนานกับแม่น้ำปิงจากเหนือลงใต้ ซึ่งในอดีตแม้ว่าคลองนี้จะอยู่ระหว่างตัวเมืองและเทือกเขา แต่ก็มิได้ป้องกันปริมาณน้ำหลากจากเทือกเขา ซึ่งไหลเข้าไปท่วมตัวเมืองมากนัก เพราะว่ามีห่อลอดไซฟอนและสะพานน้ำเชื่อมต่อพื้นที่รับน้ำทางฟากตะวันตกและฟากตะวันออกของคลองชลประทาน ทำให้น้ำไหลผ่านเข้าตัวเมืองได้ แต่ในปีพ.ศ. 2547 ได้มีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากการหลากฝั่งตะวันตกโดยการปรับปรุงคลองชลประทานแม่แตง โดยสร้างโครงสร้างชลศาสตร์ให้คลองสามารถรับน้ำหลากจากลำห้วยในพื้นที่ด้านตะวันตกของคลองชลประทานแล้วผันให้ไหลลงคลองชลประทานไม่ให้น้ำไหลเข้าลำน้ำในตัวเมือง ซึ่งสามารถลดปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่ตัวเมืองทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมลงได้เป็นอย่างมาก

        ปัญหาน้ำท่วมยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์เนื่องจากอาจเกิดการเอ่อล้นของน้ำจากคลองชลประทานบางตำแหน่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำได้แก่ บริเวณสะพานตลาดต้นพยอม ตำบลสุเทพ เมื่อเกิดฝนตกหนักเกิดน้ำหลากจากพื้นที่ด้านตะวันตกของคลองแล้วไหลลงลำห้วยออกสู่คลองชลประทานเช่น น้ำจากลำห้วยแก้ว ลำห้วยช่างเคี่ยน เป็นต้น ทำให้น้ำไหลเต็มคลองเมื่อน้ำเดินทางมาถึงสะพานต้นพยอมซึ่งมีพนังลาดต่ำลงสู่ระดับของสะพาน จึงเกิดการเอ่อล้นจากคลองออกสู่ผิวถนนลงสู่ที่ลุ่มต่ำเข้าท่วมพื้นที่ถนนด้านหน้าตลาดต้นพยอมแล้วไหลออกไปทางพื้นที่กองบินซึ่งเดิมทางระบายน้ำไม่มีศักยภาพอยู่แล้ว น้ำส่วนนี้ได้ไหลรวมกับน้ำหลากในพื้นที่ตลาดต้นพยอม กองบิน 41 ไหลเข้าท่อลอดถนนสนามบินซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมถนนบริเวณนี้ด้วยเช่นกัน จากนั้นไหลเข้าพื้นที่วิทยุการบินแล้วไหลรวมกับน้ำที่ไหลมาจากคลองซอยที่รับน้ำจากพื้นที่การท่าอากาศยานเชียงใหม่ พื้นที่ชุมชนบ้านห้วยทรายและบ้านช่างทอง(โดยก่อนจะไหลมาบรรจบได้มีการผันน้ำบางส่สนออกสู่ท่อลอด 2 จุด บนถนนเชียงใหม่-หางดง) จากนั้นจึงไหลในลำห้วยบริเวณเซนทรัลแอร์พอร์ตพลาซาเข้าท่อลอดเหลี่ยมถนนเชียงใหม่-หางดง ออกสู่คลองแม่ข่าในพื้นที่ตำบลป่าแดด เนื่องจากปริมาณน้ำที่มากเกินศักยภาพการระบายของอาคารท่อลอด รวมทั้งยังมีปัญหาการระบายน้ำในคลองแม่ข่าไม่ดีพอ ปริมาณน้ำเคลื่อนตัวได้ช้า จึงทำให้เกิดน้ำเอ่อท่วมถนนเชียงใหม่-หางดง เป็นประจำเมื่อมีฝนตกหนัก

        2. น้ำท่วมเนื่องจากการเอ่อล้นตลิ่งแม่น้ำปิง

        การเกิดน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำปิงในเขตเมืองเชียงใหม่มีสาเหตุมาจากมีฝนตกหนักในพื้นที่รับน้ำสาขาของแม่น้ำปิงได้แก่ น้ำแม่แตงจากอำเภอเวียงแหง น้ำปิงตอนบนจากอำเภอเชียงดาวและน้ำแม่งัด เกิดการรวมตัวกันของน้ำแต่ละสาขา ทำให้มีปริมาณน้ำหลากในแม่น้ำปิงจำนวนมากเกินความสามารถในการระบายน้ำของหน้าตัดแม่น้ำปิงได้ โดยเฉพาะสภาพหน้าตัดของแม่น้ำปิงช่วงที่ไหลผ่านตัวเมืองมีลักษณะเป็นคอขวดเนื่องจากเกิดการรุกล้ำริมน้ำจนขนาดหน้าตัดน้อยลงอย่างมาก จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถรองรับน้ำหลากขนาดใหญ่ที่มากกว่า 460 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีได้ (ที่สะพานนวรัฐ) เมื่อปริมาณน้ำหลากมีมากกว่าจึงทำให้เกิดการเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ต่ำในเขตเมือง

        สถิติของการเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 25 ปี นี้ได้แก่ ปีพ.ศ. 2530 เกิดน้ำท่วมจากการเอ่อล้นแม่น้ำปิงเข้าตัวเมือง โดยวัดระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำสะพานนวรัฐ (P.1) ได้ 4.53 เมตร ในปี พ.ศ. 2537 วัดได้ 4.43 เมตร ในปีพ.ศ. 2538 วัดได้ 4.27 เมตร และล่าสุดในปีพ.ศ. 2548 วัดได้ 4.93 เมตร




สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ในอดีต

1. สถานการณ์น้ำท่วม ปี 2537

        เกิดสภาวะน้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ ถึง 3 ครั้ง ติดต่อกันภายในระยะเวลาเพียงสองเดือน คือเดือนสิงหาคมและกันยายน 2537 สาเหตุเนื่องมาจากพายุต่าง ๆ และร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ทำให้เกิดสภาวะฝนตกหนัก บริเวณตอนบนลุ่มน้ำปิง

การเกิดน้ำท่วมครั้งที่ 1 : วันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2537
        อิทธิพลจาก “ ร่องความกดอากาศต่ำ” พาดผ่านระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2537 ทำให้เกิดสภาวะฝนตกหนักบริเวณ ตอนบนลุ่มน้ำปิง มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีสถานี P.1 สะพานนวรัฐ ระดับน้ำสูงสุด 4.43 ม. ปริมาณน้ำ 525.70 ลบ.ม./วินาที เวลา 05.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม

การเกิดน้ำท่วมครั้งที่ 2 : วันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2537
        อิทธิพลจากพายุโซนร้อน “แฮรี่” ระหว่างวันที่ 29-30 สิงหาคม 2537 ทำให้เกิดสภาวะฝนตกหนักบริเวณ ตอนบนลุ่มแม่น้ำปิง มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี P.1 สะพานนวรัฐ ระดับน้ำสูงสุด 4.33 ม. ปริมาณน้ำ 507.40 ลบ.ม./วินาที เวลา 20.00 น.วันที่ 1 กันยายน

การเกิดน้ำท่วมครั้งที่ 3 : วันที่ 13 – 16 กันยายน 2537
        อิทธิพลจากพายุโซนร้อน “ลุค” ระหว่างวันที่ 13-16 กันยายน 2537 ทำให้เกิดสภาวะฝนตกหนักบริเวณตอนบนลุ่มน้ำปิง มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี P.1 สะพานนวรัฐ ระดับน้ำสูงสุด 4.21 ม. ปริมาณน้ำ 485.80 ลบ.ม./วินาที เวลา 12.00 น.วันที่ 16 กันยายน 2537


2. สถานการณ์น้ำท่วม ปี 2538

        น้ำท่วมในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ในวันที่ 2 - 3 สิงหาคม 2538 เนื่องจากร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือตอนบนเข้าหาพายุโซนร้อน "แกรี่" ที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2538 และทำให้เกิดน้ำท่วมเขตเมืองเชียงใหม่ และในวันที่ 30 - 31 สิงหาคม 2538 ได้เกิดพายุโซนร้อน "ลูอีส" เคลื่อนตัวพัดผ่านภาคเหนือตอนบน ทำให้เกิดน้ำท่วมในวันที่ 6 - 7 กันยายน 2538

การเกิดน้ำท่วมครั้งที่ 1 : วันที่ 2 – 3 สิงหาคม 2538
        เกิดน้ำท่วมในวันที่ 2 - 3 สิงหาคม และระดับน้ำของแม่น้ำปิงที่สถานี P.1 ที่สะพานนวรัฐ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2538 เวลา 24:00 น. วัดได้ 4.27 เมตร มีปริมาณสูงสุด 504.60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

การเกิดน้ำท่วมครั้งที่ 2 : วันที่ 6 - 7 กันยายน 2538
        เกิดน้ำท่วมในวันที่ 30-31 สิงหาคม 2538 และระดับน้ำที่สถานี P.1สะพานนวรัฐ วันที่ 7 กันยายน 2538 เวลา 07 : 00ได้ 4.10 เมตร ปริมาณน้ำไหลสูงสุด 474 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที



รูปที่ 1 แสดงน้ำท่วมบริเวณเขตเมืองเชียงใหม่จากการเอ่อล้นจากแม่น้ำปิงในปี 2548



รูปที่ 2 สภาพน้ำท่วมเขตเมืองเชียงใหม่ในปี 2538


3. สถานการณ์น้ำท่วม ปี 2544

        สถานการณ์น้ำท่วมในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ในวันที่ 13 - 14 สิงหาคม 2544 นี้ สาเหตุเนื่องจากพายุโซนร้อน "อุซางิ" (USAGI) ได้เคลื่อนตัวพัดผ่านประเทศไทย ไปทางตะวันตกของภาคเหนือด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ฝนตกหนักในภาคเหนือเป็นบริเวณกว้าง และจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณลุ่มน้ำปิงตอนกลางและลุ่มน้ำแม่กวงเป็นผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และไหลเข้าท่วมพื้นที่เขตเมืองเชียงใหม่ สำหรับพายุ เริ่มเคลื่อนตัวจากทะเลจีนใต้ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2544 เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำและได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นดีเปรสชั่นในวันที่ 10 สิงหาคม 2544 และได้ทวีกำลังขึ้นอีกจนกลายเป็นพายุโซนร้อนในวันที่ 10 สิงหาคม 2544 เวลา 19.00 น. จากนั้นก็ได้ขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม วันที่ 11 สิงหาคม 2544 เวลา 07:00 น. เริ่มเข้าประเทศไทยที่จังหวัดนครพนม วันที่ 11 สิงหาคม 2544 เวลา 16:00 น. จุดศูนย์กลางอยู่ที่ จ.แพร่ และได้เคลื่อนตัวเข้าจังหวัดเชียงใหม่ในวันเดียวกันในเวลา 20:00 น.ทำให้ฝนตกหนัก ในคืนวันที่ 11 สิงหาคม 2544 จากนั้นได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศพม่า ในวันถัดไป

        ปริมาณน้ำฝนในวันที่ 11 สิงหาคม 2544 แสดงในตารางปริมาณน้ำฝนจำนวน 7 สถานีในลุ่มน้ำปิงเหนือจังหวัดเชียงใหม่ โดยตกเฉลี่ยแล้วประมาณ 75 มิลลิเมตร ในเวลา 2 วัน จะทำให้น้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ ในครั้งนี้ฝนเฉลี่ย 43.4 มิลลิเมตร และข้อมูลระดับน้ำและปริมาณน้ำสูงสุดรายวันของแม่น้ำปิงที่สถานี P.1 ที่สะพานนวรัฐ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2544 โดยที่เมื่อเวลา 24:00 น.วัดระดับน้ำได้ 4.18 เมตร และมีปริมาณน้ำไหลสูงสุด 496.00 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที



รูปที่ 3 สภาพน้ำท่วมเขตเมืองเชียงใหม่ในปี 2544


4. สถานการณ์น้ำท่วม ปี 2548

        ในปี พ.ศ. 2548 ได้เกิดน้ำท่วมใหญ่หลายครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน มีปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบนเหนือตัวเมืองเชียงใหม่ ทำให้เกิดมีปริมาณน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำปิงจำนวนมากจนเกินความสามารถในการรองรับน้ำของลำน้ำได้ ในช่วงที่น้ำไหลในแม่น้ำผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ได้เกิดการเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มในเขตเมืองทำความเสียหายอย่างมาก

การเกิดน้ำท่วมครั้งที่ 1 : วันที่ 13 – 16 สิงหาคม 2548
        พายุดีเพรสชั่นก่อตัวขึ้นในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ในวันที่ 10 สิงหาคม 2548และเคลื่อนตัวอย่างต่อเนื่องไปทางทิศตะวันตก พัดผ่านทะเลจีนใต้ตอนล่างเข้าสู่ตอนบนของเวียดนามและเข้าสู่ประเทศลาวทางด้านตะวันออก ก่อนที่จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแผ่ปกคลุมประเทศลาวและทางตอนเหนือของประเทศไทย ก่อให้เกิดร่องความกดอากาศต่ำหรือร่องฝนพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนบน ทำให้ในคืนวันที่ 12 สิงหาคม ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง ของภาคเหนือตอนบน ครอบคลุมบริเวณต้นแม่น้ำปิงและต้นน้ำแม่แตง ทางทิศเหนือของตัวเมืองเชียงใหม่ โดยวัดปริมาณน้ำฝนในสถานีตอนบนของจังหวัดเชียงใหม่ ที่อำเภอเชียงดาว 200 มม. อำเภอเวียงแหง 68 มม. อำเภอพร้าว 142 มม. อำเภอแม่แตง 125 มม. และเขื่อนแม่งัด 153 มม. โดยระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจนล้นตลิ่งเข้าท่วมเมืองเชียงใหม่เป็นบริเวณกว้าง โดยระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็วชั่วโมงละ 12-14 ซม.ต่อชั่วโมง และค่อยๆลดอัตราการเพิ่มลง จนกระทั่งวัดระดับน้ำสูงสุดได้ 4.90 ม.ซึ่งมีปริมาณน้ำสูงสุด 740 ลบ.ม./วินาที ในเวลา 18.00 น.ของวันที่ 14 ส.ค. และระดับน้ำได้คงที่อยู่ที่ระดับสูงสุดนี้เป็นเวลา 8 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมตัวเมืองเชียงใหม่เป็นบริเวณกว้าง จนถึงเวลา 20.00 น. ของวันที่ 15 สิงหาคม ระดับน้ำก็ได้เริ่มลดระดับลงเข้าสู่ระดับ 3.70 ม. ในเวลา 5.00 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม รวมเวลาที่เกิดน้ำท่วมล้นตลิ่งทั้งสิ้น 51 ชั่วโมง

การเกิดน้ำท่วมครั้งที่ 2: วันที่ 12 - 13 กันยายน 2548
        ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2548 ได้เกิดร่องความกดอากาศต่ำหรือร่องฝนพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ก่อให้เกิดฝนตกหนักทางภาคเหนือของประเทศไทยโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียง ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำปิงได้ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง จนเมื่อเวลา 18.00 ของวันที่ 12 กันยายน ระดับน้ำที่สถานี P.1 สะพานนวรัฐได้สูงถึงระดับ 3.70 ม. (ระดับน้ำล้นตลิ่ง) และค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้าๆ ชั่งโมงละ 1-2 เซนติเมตร จนวัดระดับน้ำสูงสุดได้ที่ 3.79 ม. เมื่อเวลา 6.00 น. ของวันที่ 13 กันยายน ทำให้ปริมาณน้ำบางส่วนล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบริเวณที่ลุ่มต่ำของตัวเมืองเชียงใหม่ เช่น บ้านป่าพร้าวนอก ตำบลป่าแดด และตำบลหนอง หอยเป็นต้น หลังจากนั้นระดับน้ำก็ได้ค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ระดับปกติที่ 3.70 ม. เมื่อเวลา 12.00 ของวันที่ 12 กันยายน

การเกิดน้ำท่วมครั้งที่ 3: วันที่ 20 – 22 กันยายน 2548
        เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา พายุดีเพรสชั่น “วีเซนเต” ได้พัดผ่านเข้ามาในบริเวณตอนบนของประเทศไทย ทำให้ในคืนวันที่ 19 กันยายน ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง ของภาคเหนือตอนบน ครอบคลุมบริเวณต้นแม่น้ำปิงและต้นน้ำแม่แตง ทางทิศเหนือของตัวเมืองเชียงใหม่ ในเวลา 7.00 น. วันที่ 20 กันยายน มีฝนตกลงมาเพิ่มอีกอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความชุ่มชื้นในดินมีมากอยู่แล้ว จนเวลา 8.00 น. ของวันที่ 20 กันยายน บริเวณสถานี P.1 วัดระดับน้ำได้ 3.70 ม. และระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่งเข้าท่วมเมืองเชียงใหม่เป็นบริเวณกว้าง โดยระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว และวัดระดับน้ำสูงสุดได้ที่ 4.71 ม. ซึ่งมีปริมาณน้ำสูงสุด 700 ลบ.ม./วินาที เมื่อเวลา 5.00 น.ของวันที่ 21 กันยายน และระดับน้ำได้คงที่อยู่ที่ระดับสูงสุดนี้เป็นเวลา 4 ชั่วโมง จนถึงเวลา 9.00 น. ของวันที่ 21 กันยายน ระดับน้ำก็ได้เริ่มลดระดับลงเข้าสู่ระดับ 3.70 ม. ในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 22 กันยายน รวมเวลาที่เกิดน้ำท่วมล้นตลิ่งทั้งสิ้น 57 ชั่วโมง

การเกิดน้ำท่วมครั้งที่ 4: วันที่ 29 กันยายน – 2 ตุลาคม 2548
        เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ได้เกิดพายุโซนร้อน “ดอมเรย” ก่อตัวขึ้นในบริเวณทะเลจีนใต้ทางด้านตะวันออกของประเทศเวียดนาม และเคลื่อนตัวอย่างต่อเนื่องไปทางทิศตะวันตก พัดผ่านตอนบนของเวียดนามและเข้าสู่ประเทศลาวทางด้านตะวันออก ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่งในภาคเหนือตอนบน ในคืนวันที่ 27 กันยายน ครอบคลุมบริเวณต้นแม่น้ำปิงและต้นน้ำแม่แตง โดยในเวลา 3.00 น. วันที่ 29 กันยายน บริเวณสถานี P.1 วัดระดับน้ำได้ 3.69 ม. และระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่งเข้าท่วมเมืองเชียงใหม่เป็นบริเวณกว้าง โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนวัดระดับน้ำสูงสุดได้ที่ 4.93 ม. มีปริมาณน้ำสูงสุด 754 ลบ.ม./วินาที เมื่อเวลา 1.00 น.ของวันที่ 30 กันยายน และระดับน้ำได้คงที่อยู่ที่ระดับสูงสุดนี้เป็นเวลา 4 ชั่วโมง จนถึงเวลา 5.00 น. วันที่ 30 กันยายน ระดับน้ำก็ได้เริ่มลดระดับลงเข้าสู่ระดับ 3.70 ม. ในเวลา 13.00 น. ของวันที่ 12 ตุลาคม รวมเวลาที่เกิดน้ำท่วมล้นตลิ่งทั้งสิ้น 81 ชั่วโมง

การเกิดน้ำท่วมครั้งที่ 5: วันที่ 1 - 3 พฤศจิกายน 2548
        ได้เกิดฝนตกหนักบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 29-31 ตุลาคม ซึ่งมีสาเหตุมาจากอิทธิพลของแนวลมพัดสอบเข้าหากันของลมใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้พาดผ่านภาคเหนือตอนบนประกอบกับความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนด้แผ่มาปกคลุมภาคเหนือ บวกกับพายุไต้ฝุ่น “ไคตั๊ก” ในทะเลจีนใต้ ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำปิงได้ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้งเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง จนเมื่อเวลา 18.00 ของวันที่ 1 พฤษจิกายน ระดับน้ำที่สถานี P.1 สะพานนวรัฐได้สูงถึงระดับ 3.70 ม. (ระดับน้ำล้นตลิ่ง) และค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนระดับน้ำสูงสุดได้ที่ 3.79 ม. เมื่อเวลา 22.00 น. หลังจากนั้นระดับน้ำก็ได้ค่อยๆ ลดลงอย่าต่อเนื่องจนเข้าสู่ระดับปกติเมื่อเวลา 3.00 ของวันที่ 2 พฤศจิกายน 2548



รูปที่ 4 แสดงน้ำท่วมบริเวณเขตเมืองเชียงใหม่จากการเอ่อล้นจากแม่น้ำปิงในปี 2548



รูปที่ 5 แสดงน้ำท่วมบริเวณเขตเมืองเชียงใหม่จากการเอ่อล้นจากแม่น้ำปิงในปี 2548



รูปที่ 6 แสดงน้ำท่วมบริเวณเขตเมืองเชียงใหม่จากการเอ่อล้นจากแม่น้ำปิงในปี 2548



รูปที่ 7 แสดงน้ำท่วมบริเวณเขตเมืองเชียงใหม่จากการเอ่อล้นจากแม่น้ำปิงในปี 2548



5. สถานการณ์น้ำท่วม ปี 2549

        ภาวะน้ำท่วมในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ที่เกิดขึ้น 1 ครั้งโดยมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนวันที่ 30 กรกฎาคม ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 1 สิงหาคม 2549 ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำปิงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยปริมาณน้ำที่จุดตรวจวัดปริมาณน้ำที่เชิงสะพานนวรัฐ อ.เมืองเชียงใหม่ วัดได้ 4.15 เมตร เพิ่มขึ้นเฉลี่ยชั่วโมงละ 8-9 เซนติเมตร ทำให้น้ำเริ่มทะลักเข้าท่วมถนนเจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ และน้ำปิงยังทะลักเข้าท่วมถนนป่าพร้าวนอก ต.ช้างคลาน บางจุดมีน้ำท่วมขังสูงเกือบครึ่งเมตร ส่วนที่บริเวณหมู่บ้านจัดสรรเทียมพร ต.ช้างเผือก โดนน้ำทะลักเข้าท่วมขังเช่นกัน ขณะที่บริเวณสามแยก ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ มีน้ำท่วมขัง ส่วนบริเวณหน้ามณฑลทหารบกที่ 33 หรือค่ายทหารกาวิละ น้ำปิงเอ่อล้นท่วมสวนสาธารณะของค่ายทหาร โดยปริมาณน้ำสูงสุดได้ไหลผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ที่สะพานนวรัฐ สถานี P.1 แม่น้ำปิง วัดระดับน้ำสูงสุดได้ 4.33 ม. มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 577 ลบ.ม./วินาที เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2549 เมื่อเวลา 13:00-16:00น.

        สำหรับสถานการณ์ที่ อ.แม่ริม ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับ อ.เมืองเชียงใหม่ มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ 11 ตำบล โดยเฉพาะที่ ต.สลวง ต.ห้วยทราย ต.ขี้เหล็ก ต.ริมเหนือ และ ต.แม่แรม อีกทั้งยังมีน้ำไหลล้นออกมาจากอ่างเก็บกักน้ำหนองห้วยส้ม ต.ขี้เหล็ก และมีน้ำป่าไหลจากเทือกเขาใน อ.สะเมิง และ อ.แม่ริม ไหลมาสมทบในแม่น้ำแม่ริม ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่ง และไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนในหลายตำบลของ อ.แม่ริม บางพื้นที่สูงกว่า 1.50 เมตร



รูปที่ 8 แสดงการป้องกันน้ำเอ่อล้นจากแม่น้ำปิง ในเดือนสิงหาคม ปี 2549

  หน่วยวิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทรศัพท์ 053-942010